Qualimed Update — สารสาระทางวิชาการ โดยฝ่ายวิชาการ บริษัท ควอลิเมด จำกัด

Qualimed Update › พฤศจิกายน 2569

พฤศจิกายน 2569

ยาสำหรับรักษาอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยหมดประจำเดือน

Drugs for the treatment of hot flashes in menopause

บทความโดย รศ.ดร.ภญ.วิลาสินี หิรัญพานิช ซาโตะ

ในภาวะหมดประจำเดือนที่สืบเนื่องจากรังไข่เสื่อมสภาพตามอายุจะทำให้ระดับของฮอร์โมนเพศหญิงทั้งเอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสเตอโรน (progesterone) ลดลง ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์โดยเฉพาะอาการร้อนวูบวาบ (hot flashes หรือ vasomotor symptoms; VMS) ในวัยหมดประจำเดือนที่มีความถี่ในการเกิดมากถึงร้อยละ 70-80 (1)

พยาธิสรีรวิทยาของอาการนี้เกิดจากการลดลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้การควบคุมสมดุลอุณหภูมิ (temperature homeostasis) ของสมองไฮโปทาลามัส (hypothalamus) แคบลง ร่างกายจึงมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยได้ง่ายขึ้น (2)

การรักษา hot flashes ขึ้นอยู่กับความถี่และความรุนแรงของอาการ ระดับความรุนแรงสามารถแบ่งออกได้เป็น ระดับเล็กน้อย (mild) ซึ่งอาการไม่รบกวนกิจวัตรประจำวัน ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง (mild-to-moderate) ที่อาจมีผลรบกวนกิจวัตรประจำวันบ้าง และระดับรุนแรง (severe) ซึ่งทำให้ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ (3)

การรักษาด้วยการบำบัดด้วยฮอร์โมน (hormone replacement therapy; HRT) จัดเป็นการรักษาลำดับแรกซึ่งจัดว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการรักษาอาการ hot flashes ระดับปานกลางถึงรุนแรง แต่มีข้อจำกัดหลายอย่างโดยเฉพาะมีข้อห้ามในการใช้ในผู้ป่วย ได้แก่ ประวัติโรคหลอดเลือดสมอง ความเสี่ยงมะเร็งเต้านม มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน โรคหัวใจหลอดเลือด โรคตับ โรคถุงน้ำดี และภาวะเลือดออกทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น (1)

ตารางที่ 1: คำแนะนำการรักษาอาการร้อนวูบวาบโดยไม่ใช้ฮอร์โมนพร้อมระดับหลักฐาน ตามแนวทางการรักษาของ The North American Menopause Society ฉบับปรับปรุงปี ค.ศ. 2023 (3)

การรักษาด้วยยา (Prescription therapies) แนะนำ ไม่แนะนำ
SSRIs/SNRIs ระดับ I  
Gabapentin ระดับ I  
Pregabalin   ระดับ III
Clonidine   ระดับ I-III
Oxybutynin ระดับ I-II  
Suvorexant   ระดับ II
Fezolinetant ระดับ I  

หมายเหตุ: ระดับหลักฐาน: ระดับ I: มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ดีและสอดคล้อง (good and consistent scientific evidence); ระดับ II: หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำกัดหรือไม่เห็นพ้อง (limited or inconsistent scientific evidence); ระดับ III: มีความเห็นพ้องจากความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ (consensus and expert opinion) คำย่อ: SNRIs: serotonin-norepinephrine reuptake inhibitors; SSRIs: selective serotonin reuptake inhibitors

การรักษาโดยไม่ใช้ฮอร์โมน (non-hormonal treatment) สำหรับผู้หญิงที่มีข้อห้ามใช้จากการใช้ HRT มีหลายชนิด ดังแสดงในตารางที่ 1 (3) มียาเพียงสองชนิดที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการอาหารและยาแห่งอเมริกาในการรักษา hot flashes คือ paroxetine ขนาด 7.5 มก./วัน และ fezolinetant ขนาด 45 มก./วัน (4)

นอกจากนั้นมียาชนิดอื่นๆ ที่ช่วยรักษาอาการ hot flashes ที่มีหลักฐานและมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือว่ามีประสิทธิภาพสูง (level 1-2) ได้แก่ยากลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs), serotonin-norepinephrine reuptake inhibitors (SNRIs), gabapentin และ oxybutynin โดยการรับประทานยา gabapentin ขนาด 100-300 มก. ก่อนนอน เป็นทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่มีอาการ hot flashes เกิดขึ้นบ่อยเวลากลางคืน เนื่องจากมีฤทธิ์ช่วยให้นอนหลับ

ขณะที่ยาที่มีความเป็นไปได้ในการรักษาแต่ยังขาดหลักฐานที่แน่ชัดสนับสนุนด้านประสิทธิภาพ ได้แก่ clonidine (α2 receptor agonist), pregabalin (GABA analog) และ suvorexant ซึ่งเป็นยาต้านตัวรับ orexin แบบคู่ (dual orexin-receptor antagonists) ที่ยับยั้งผลของ neuropeptide orexin-A ใน hypothalamus ซึ่งมีบทบาทในการกระตุ้นการตื่นตัวและอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดอาการ hot flashes ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ยาเหล่านี้มีรายงานช่วยลดอาการและความถี่ของการเกิด hot flashes ได้

อย่างไรก็ตามเนื่องจากข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพที่ไม่ชัดและผลข้างเคียงที่พบของ clonidine เช่น ความดันโลหิตต่ำ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ปากแห้ง วิงเวียน ง่วงนอน และท้องผูก การหยุดยาทันทีอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก และ pregabalin เช่น น้ำหนักตัวเพิ่ม และอาจก่อให้เกิดการเสพติด และฤทธิ์ของ suvorexant มีข้อมูลที่สนับสนุนฤทธิ์รักษาจำกัดเนื่องจากไม่ได้ช่วยลดอาการ hot flashes ในเวลากลางวัน ดังนั้นจึงไม่แนะนำยาทั้ง 3 ชนิดให้เป็นทางเลือกแรกในการรักษา (3)

สำหรับตัวเลือกการรักษาอื่นๆ เช่นการใช้สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิด เช่น โสม ตังกุย โอเมกา-3 และแคนนาบินอยด์ (cannabinoids) ยังต้องการผลการศึกษาทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่เพื่อยืนยันฤทธิ์ที่แน่ชัดในการรักษาต่อไป

ยากลุ่มต้านตัวรับนิวโรไคนิน 3 (neurokinin 3 (NK3) receptor antagonists) เป็นยาใหม่ที่ไม่ใช่ฮอร์โมนและมีความปลอดภัย มีกลไกการออกฤทธิ์เจาะจงในการปิดกั้นที่ NK3 receptor ที่สมองส่วนควบคุมอุณหภูมิ ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ pavinetant, fezolinetant, elinzanetant และ SJX-653/MLE-301

โดยขณะนี้มียา fezolinetant เพียงชนิดเดียวในกลุ่ม NK3 receptor antagonists ที่ได้รับการรับรองโดย U.S. FDA ปี ค.ศ. 2023 (3,4) ในการรักษา hot flashes ในหญิงหมดประจำเดือนระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ไม่สามารถใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน

📌  สรุป:

การบำบัดด้วยฮอร์โมนยังเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับรักษาอาการ hot flashes แต่สำหรับผู้ที่มีข้อห้ามอาจใช้ยากลุ่มไม่ใช่ฮอร์โมนโดยต้องเลือกให้เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วย แม้ว่ายาใหม่ เช่น fezolinetant จะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการรักษา แต่ยังคงต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิผลในระยะยาวเมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาที่มีอยู่แล้วต่อไป

เอกสารอ้างอิง

 
  1. Davies M, Sarri G, Lumsden MA. Diagnosis of the menopause: NICE guidance and quality standards. Ann Clin Biochem. 2017;54(5):516-518.
  2. Pinkerton OV, Redick DL, Homewood LN, Kaunitz AM. Neurokinin receptor antagonist, fezolinetant, for treatment of menopausal vasomotor symptoms. J Clin Endocrinol Metab. 2023;108(11):e1449.
  3. “The 2023 Nonhormone Therapy Position Statement of The North American Menopause Society” Advisory Panel. The 2023 nonhormone therapy position statement of The North American Menopause Society. Menopause. 2023;30(6):573-590.
  4. U.S. Food and Drug Administration. FDA approves novel drug to treat moderate to severe hot flashes caused by menopause. 2023 [cited 2024 Oct 14]. Available from: https://www.fda.gov/news-events/press-announcements/fda-approves-novel-drug-treat-moderate-severe-hot-flashes-caused-menopause

รับบทความใหม่ทางอีเมล เดือนละ 1 ฉบับ

สาระวิชาการยาใหม่ เขียนโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเอกสารอ้างอิงครบถ้วน ฟรี ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

สมัครรับฟรี